ข้อมูลบริษัท > ประวัติบริษัท

ประวัติความเป็นมาบริษัท อินเตอร์ คร็อพ จำกัด

บริษัท อินเตอร์ คร็อพ จำกัด ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2531 โดย คุณสกล มงคลธรรมากุล เริ่มแรกดำเนินธุรกิจประเภทซื้อมา-ขายไป (Trading) ในผลิตภัณฑ์เคมีเพื่อการเกษตร โดยเป็นผู้ติดต่อทั้งหาแหล่งของสินค้าและติดต่อลูกค้าด้วยตนเอง ด้วยประสบการณ์ในการติดต่อแหล่งผู้ขายและผู้ซื้อทำให้พบว่า หากจะดำเนินธุรกิจในธุรกิจเคมีเพื่อการเกษตรเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้เกิดความพึงพอใจและประสบผลสำเร็จในการดำเนินธุรกิจแล้ว การมีแหล่งผลิตเป็นของตนเองจะทำให้ควบคุมคุณภาพของสินค้าและต้นทุนของสินค้าที่จะสามารถแข่งขันในตลาดได้

ต่อมาในปี พ.ศ. 2537 จึงมีแนวความคิดก่อตั้งโรงงานผลิตเป็นของตนเองโดยมีจุดมุ่งหมายที่จะผลิตสินค้าคุณภาพมาตรฐานสม่ำเสมอ ตรวจสอบได้ บริษัทฯจึงได้ลงทุนสร้างโรงงานแห่งแรกในนิคมอุตสาหกรรมบางปู โดยใช้ชื่อว่า บริษัท แอ็กโฟรีแพ็กซ์ อินดัสตรีส์ จำกัด ซึ่งเป็นโรงงานที่มีกระบวนการผสมและแบ่งบรรจุที่มีมาตรฐานคุณภาพระดับสูง เป็นผลให้บริษัทฯ สามารถขยายตลาดในลูกค้ากลุ่มเป้าหมายเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ชื่อเสียงด้านสินค้าคุณภาพเป็นที่ยอมรับของลูกค้าและเกษตรกรเป็นอย่างมาก

ในช่วงปี พ.ศ. 2540 ซึ่งถือเป็นทศวรรษที่ 2 แห่งการดำเนินธุรกิจ บริษัทฯ ได้ใช้นโยบายการดำเนินธุรกิจที่จะสร้างความแตกต่างด้านคุณภาพสินค้าและบริการ ด้วยความมุ่งมั่นที่จะธำรงไว้ซึ่งคุณภาพของผลิตภัณฑ์ และการจัดการด้านองค์ความรู้ลงไปสู่เกษตรกรผู้ใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อให้สามารถใช้ผลิตภัณฑ์ได้อย่างสมประโยชน์สูงสุด บริษัทฯ จึงได้พัฒนากระบวนการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการวิจัย พัฒนาผลิตภัณฑ์ ตลอดจนดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด จนทำให้บริษัทฯ ได้รับการยอมรับจากลูกค้าและบุคคลโดยทั่วไปว่าเป็น บริษัทที่ผลิตสินค้าคุณภาพสมกับคำว่า "Crop Solution Provider"

การก้าวสู่ทศวรรษที่ 3 ของบริษัทฯ ยังคงรักษาไว้ซึ่งมาตรฐานของคุณภาพและความรับรับผิดชอบต่อสังคม ตลอดจนคู่ค้าในทุกระดับ และได้พัฒนาไปสู่การสร้างสัมพันธภาพของพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อสรรสร้างความเจริญเติบโตทางธุรกิจร่วมกัน บริษัทได้มีการปรับปรุงขนานใหญ่อีกครั้ง โดยนำเทคโนโลยี่ที่ทันสมัยมาใช้ในกระบวนการผลิต รวมถึงกระบวนการวิจัยและพัฒนา มุ่งมั่นพัฒนากระบวนการดำเนินธุรกิจ เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันทั้งในและต่างประเทศ อันมีเป้าหมายที่จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยผลักดันเศรษฐกิจของประเทศไทยให้มีความเจริญเติบโตต่อไป